5/2

posted on 05 Feb 2011 12:05 by rrool in Daily

*อย่าเอาอะไรมากกับเอนทรี่นี้

 

 "นันท์มีความเป็นผู้ใหญ่สูงเป็นอัน2ของห้อง"

 

ผู้ใหญ่

 

ฉันเนี่ยนะ

 

ตอนได้ยินครั้งแรก  คิดหรอว่าดีใจเลยที่เพื่อนบอกแบบนั้น

คนอื่นคงดีใจ แต่เรา รู้ตัวเองดีที่สุด

 

มันเริ่มการบ้านวิชาพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งให้วิเคราะห์เพื่อน ในรายชื่อ 8 คน เพื่อน 7คนบอกว่า

เพื่อน1..   นันท์เป็นคนแบบไหนกันแน่นะ นิสัยนันท์อะเดาไม่ถูก

เรา..         อะไร...เค้าออกจะติ๊งต่องและสนุกไปวันๆตามวัย เดาง่ายจะตาย

เพื่อน2..   นันท์กินมูมมามมั้ยวะ ขยันรึเปล่า  พูดมาก?

เรา..         กินอย่างกะตายอดตายอยาก ขยันลอกการบ้านเป็นอันดับ1 พูดจนอาจารย์สั่งให้หุบปากน้อยกว่าปลื้มอีกนะ

เพื่อน3..   นันท์ธรรมะธรรมโมแน่ๆ  แต่ไม่นะเห็นกินเหล้าด้วยนิ

เรา           จะไม่ธรรมะธรรมโมได้ไง ก็อู๋บ่นเค้าจนจะบรรลุหลักธรรมอยู่แล้ว  เหล้าอะไม่กินจ๊ะ ดื่มอย่างเดียว

เพื่อน1,2,3 กวนวะนันท์ เงียบให้เพื่อนวิเคาระห์สักครูได้มั้ย ไม่มีใครเค้าถามนันท์เลยสักข้อ

เรา..         อ่าวก็กลัวเข้าใจผิดไง เลยช่วย

เพือน1,2,3 คนอะไรวะเข้าใจยาก เลือกข้อนี้ละกัน “ผู้ใหญ่”

 

แล้วเพือนที่เหลือนะหรอ ก็นั่งฟังและหัวเราะ

ยังสงสัยอยู่ดีว่า ดูเราจากอะไร ทั้งที่เราก็แสดงละครตลอดเวลาเวลาอยู่กับเพื่อน

 

เรายังเป็นแค่วัยรุ่คนนึงอยู่เลยนะ ประสบการณ์ชีวิตก็ยังน้อย ความรู้ยังไม่กว้าง สังคมก็แคบ

คิดเสมอนะว่า เราจะเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหรกัน เมื่อเราเรียนจบมีงานทำ มีคนรัก มีคนเคารพ หรืออายุที่ขึ้น?

 

และคำว่าผู้ใหญ่สำหรับเพื่อนในห้องเอาอะไรเป็นเกณฑ์การวัด ไม่ได้ถามเพื่อนหรอกนะ

ขี้เกียจฟังความคิดเห็นที่พยายามทำให้ดูเป็นคนมีความคิดว่าฉันกำลังจะเป็นผู้ใหญ่

 

ทำไมเราต้องแสดงละครด้วยละ  ก็เพราะเสียความรู้สึกนะสิถึงต้องแสดง

เริ่มจาก เราอยากทำในสิ่งที่อยากแค่เปิดเผยความชอบ จากทรงผม การแต่งตัว การแสดงความคิดเห็น

แล้วบังเอิญสุดๆที่ เพื่อนคนนึงอัพสถานะว่า “ทำไมต้องทำตัวเด่น”  ตอนแรกไม่คิดด้วยซ้ำว่า จะว่าเรา

หลังจากวันนั้นก็สังเกตเพื่อนคนนั้นดูว่าหมายถึงใคร  จนรู้ว่า เรานี้เองที่กลายเป็นข้อสนทนาของเพื่อนในห้องไปซะแล้ว

 

หัวเราะเลยเหอะ การที่เราแสดงในความเป็นตัวตนเป็นการทำตัวเด่นละก็นะ  งั้นเราก็จะเด่นให้ดู

หลังจากวันนั้นก็สร้างบุคลิคที่เรียกว่า “คนหลงตัวเองขึ้นมา”

และปิดใจรับเพื่อนซะแล้ว  ทำเราก่อนเองนิ

 

การเรียนช่วงนี้ ทำเอาอาจารย์ผู้สอนช็อกไม่พอเพื่อนในห้องยังช็อกตาม

สอบเก็บคะแนน อาทิตย์ก่อนนู้น วิชาเอก ได้คะแนนสูงสุด(คือขาดอีก2คะแนนก็เต็มแล้ว) ทั้ง 3 วิชา จนอาจารย์เดินมาบอกว่า

"รอบหน้าเอาให้ได้เต็มนะ" (หันไปมองหน้าอาจารย์+อย่ามาทิ้งความหวังไว้ที่หนูเลย) ผลสอบรอบ 2 ออกมา ต่ำสุดในห้อง (3 คะแนน)

ส่วนอาจารย์ยื่นใบคำตอบให้คืน+บอกว่า "ไปดร๊อปยังทันนะ"

คะแนนสูงเพื่อนในห้องก็ไม่ค่อยพูดด้วย คะแนนต่ำเพื่อนก็ยังเมินใส่  หาคำสรรเสริญไม่หมดจริงๆ

 

ที่คะแนนตกมาขนาดนั้นอย่าได้เดาว่าจะให้เพื่อนเข้าหาเชี่ยวนะ    มันเป็นผล(กรรม)ที่เกินจากการกระทำล้วนๆ 

ถึงได้บ่นในทวิตไงว่า เทอมหน้าเหมือนจะต้องส่งเสียตัวเองเรียนซะแล้ว ก็ดีนะจะได้โตขึ้นอีก

 

กำลังจะเป็นป้า(ลุง)รหัสแล้วนะ แหะๆ ทั้งที่ยังไร้สาระกับหลายๆเรื่องอยู่เลย

อ่อ ปู่รหัสเราโดนอาจารย์บอกว่า “ไปดร๊อปซะ แล้วมาเจอกันตอนซัมฯ” เอิ่ม

ปู่..           "พอแล้วอาจ๊ารย์ เบื่อขี้หน้าแล้วจะให้เรียนอะไรตั้ง 3 เทอม"(กับวิชาเดียว)

 

สุดโค่ยอะคะปู่คร้า  เรียนจนจะเจอเหลนแล้วนะ แถมรุ่นน้องจะจนก่อนอีก

สายรหัส ก็แล้วแค่คนจะคิดเนาะว่ามันสำคัญมากขนาดไหน แต่เราว่ามันก็ดีตรงจุดนึงอะแหละ เพราะเราได้อะไรจากสายรหัสเยอะ

หนังสือไม่มีก็ถามปู่ อาจารย์คนนี้สอนแบบไหนก็ถามปู่  เงินไม่มีก็ถามปู่  หิวก็บอกปู่  (เป็นคนเดียวที่อะไรก็ปู่ตลอด)

ก็ปู่ดูแลเราดีกว่าป้ารหัส กับพี่รหัสอีก  ซึ้งใจตอนปู่ลงมาช่วยดูปี 1 ให้ แถมปู่ยังเลิกดูดบุหรี่ทันทีที่รู้ว่าเราไม่ชอบ (เฉพาะต่อหน้าก็เถอะนะ)

ที่ปู่จะตามใจขนาดนี้ เพราะแลกกับการลอกข้อสอบ คนโทรปลุกตอนเช้า แจ้งการบ้าน ช่วยบอกลาแทน(เมื่อแฮงค์เหล้า)และตามงานให้

 

อยู่กับปู่เฟรนลี่ที่สุดอะ ไม่ต้องแสดงอะไรเลยอยากจะทำอะไรก็ทำ เพราะปู่จะพูดแค่ว่า

“โอ้ยยยหลานฉันทำไมมันเป็นแบบนี้วะ เชื้อมันมาจากใคร” แล้วก็ส่ายหัว

 

เทอมหน้า ต้องเป็นรหัสที่ดีซะแล้วสำหรับสายใหญ่ ส่วนสายลีดก็นะเหมือนปู่สิ (ต่างกันตรงไหนฟร่ะ สายไหนฉันก็ปู่คนเดิม)

 

 

ปล.สายจิตอะ

ปล...แก่นสารอยู่ไหนฟร่ะ