เคยเป็น...

posted on 30 Dec 2010 23:27 by rrool in Daily
 
ตอนนี้เหตุการณ์ของแพรวาเป็นประเด็นมากเลยเนาะ
เราเข้าใจนะว่าพวกเรามีอารมณ์แบบไหน
แต่ช่วยเข้าใจคำว่าอุบัติเหตุหน่อยได้มั้ย ต่อให้ตัวเราระวังแค่ไหน ใครจะไปรู้ได้ละว่าอีกฝั่งนึงจะประมาท คิดถึงจุดนี้บางเถอะ ถ้ามันเกิดเหตุขึ้นมาแล้วจริงๆ ต้องมีรีบสติก่อน แล้วหาทางแก้ไข รู้ตัวว่าผิดก็หัดยอมรับผิด
 
เราเป็นคนนึงที่เคยเกือบขับรถชนกลางสี่แยกตอนนั้นอายุ18 อีก6เดือนย่างเข้า19 แถมใบขับขี่ก็เพิ่งได้มาประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆเอง เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนประมาณ 3ทุ่มมั้ง รถคันนั้นมีตายายแม่ไม่แน่ใจว่าอีกคนพี่สาวหรือน้องสาว และก็เด็กประมาณ5เดือนเอง ยอมรับว่าตอนนั้นเสียใจสุดๆ ยิ่งเห็นแม่ที่อุ้มลูกแล้วหันมามองหน้าเรา แววตาคนเป็นแม่อะทำเอาเรานอนไม่หลับไปหลายคืนเลยนะ  เรารู้ตัวเองว่าเราผิดเต็มๆ เพราะเราฝ่าไฟแดง แต่เหตุการณวันนั้นก็สอนให้เราระวังมากขึ้น  ถ้าวันนั้นเราเบรคไม่ทัน เราคงทำใจไม่ได้สุดๆ เพราะวันนั้นน้องสาวก็นั่งไปกับเรา ถ้าน้องเป็นอะไรไปรวมทั้งคนบนรถคันนั้น เราจะไม่โกรธใครเลย แม้ไม่มีใครให้อภัยเราก็ไม่เสียใจ เราเข้าใจเลยว่าชีวิตคนๆนึงมีค่ามากไม่มีใครมาทดแทนได้  ทุกวันนี้ยังจำภาพวันนั้นได้อยู่นึกถึงก็ยังกลัว เสียใจตลอด
 
ตอนที่รถหยุดทั้ง2คัน เราพูดคำว่าขอโทษ และยกมือไหว้ขอโทษด้วยนะ ไม่รู้ว่าคนเป็นแม่จะเข้าใจมั้ยเพราะเรากับน้องไม่ได้ลงจากรถ เพราะมันกลางสี่แยกเลยแล้วรถ อีก2ฝั่่งก็กำลังเคลื่อนตัวออกมา  เราหันไปมองหน้าน้อง
ตอนนั้นยอมรับว่ายังตกใจอยู่และกลัว แต่พยายามมีสติ น้องเราก็พูดว่า "เค้าจะไม่ฟ้องพ่อ พี่ใจเย็นๆไว้นะ"
เรากลั้นน้ำตาและทนขับรถจนถึงบ้าน เรากับน้องรีบเคลียร์ตัวเอง ไม่พูดหากันเลย  น้องคงรู้ว่าเราเสียใจมาก
น้องเลยให้เราเข้าไปนอนก่อน  พอทิ้งตัวลงที่นอนเท่านั้นแหละ น้ำตาไหลไม่หยุด นอนไม่หลับทั้งคืน
ได้แต่ภาวนาให้คนบนรถคันนั้นปลอดภัย พูดขอโทษในใจ  พอวันรุ่งขึ้นก็สวดมนต์ ให้คนบนรถคันนั้น
 
จนผ่านไปประมาณปีกว่า นั่งรถกลับบ้านกับพ่อ มีเรา+น้องสาว ผ่านสี่แยกเดิม  เราทนไม่ไหวเราเลยบอกพ่อไป
เล่าทุกอย่างให้พ่อฟัง ตอนนั้นน้องสาวเราก็หันมามองแล้วก็พยายามบอกว่าหยุดพูดได้แล้ว
แต่เราทนไม่ไหวจริงๆนะ พ่อนั่งฟังจนจบ แล้วหันถามน้องว่าจริงรึเปล่า น้องก็พยักหน้า
 
พ่อเงียบไปสักพัก พ่อบอกว่า "ไม่โกรธ ดีแล้วที่ลูกกล้ายอมรับ เตือนตัวเองนะลูก วันนี้หรือวันหน้า ไม่เราก็ต้องมีใครสักคนที่ประมาท "
 
แล้วเราเป็นลูกตำรวจ เรารู้ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้น หลายๆคนคงเกลียดเรา เพราะคิดว่าเราต้องหาทางปิดคดี
แต่ขอบอกเลยว่า พ่อเราไม่สนใจ พ่อให้เรารับผิดชอบตัวเอง อยากขับรถก็ต้องไปทำใบขับขี่เอง สอบไม่ผ่านก็หาทางไปสอบให้ผ่าน โดนใบสั่งก็ต้องไปเอาออกเอง เงินค่าขนมตัวเอง ขอชดไม่ได้  นั่งมอไซร์กลับบ้านกับเพื่อน
ก็ต้องซื้อหมวกกันน็อค ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตำรวจหรือราชการ พ่อจะให้เราช่วยตัวเอง 
 
เหตุการณ์ของแพรวา เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าฝ่ายไหนผิด แต่การที่คุณมาตัดสินใจด้วยอารมณ์แบบนี้แล้วโพสตัดสินไปว่า แพรวาผิด มันไม่ยุติธรรมอะ หลักฐานมันยังไม่ชัดเจนพอ การสืบสวนสอบสวนก็ยังไม่รู้ราบละเอียดเลย
ถ้าแพรวาผิดจริง คุณลองย้อนนึกเป็นตัวคุณบางสิ คุณจะทำยังไงหลักจากเหตุการณ์นั้น คุณจะรีบโทรศัพท์มั้ยละ
แล้วถ้าเกิดคุณโทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับสาย คุณจะหาทางแก้โดยกด sms มั้ย  
 
อย่ารับสื่อหรือฟังความข้างเดียว อย่านึกเพียงด้านเดียว ใจเขาใจเรา นึกบาง อย่าเห็นเป็นเรื่องตามกระแสเลย
อย่าเกลียดใครหรือเห็นด้วยบนข้อความทางอินเตอร์เน็ต 
 
ที่วันนี้เอาเรื่งนี้มาเล่า เพราะคนที่เรารู้จักหลายคนบนเฟส ต่างก็กดไลค์ให้กับแพรวา เหลือเกิน มันเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวก็จริง แต่มันดีแล้วหรอที่จะไปตราหน้าคนๆนึงเหมือนกัน
 
ปล.เห็นคำแถลงการณ์แสดงความเสียใจแล้ว  รู้สึกตะหงิดๆ
    . เมื่อก่อนคนไทยชอบว่าคนเกาหลีว่า จะจริงจังแรงเวอร์ไปไหนพวกอินเตอร์เน็ตเกาหลี แต่มาดูตอนนี้สิ
      เราก็เริ่มไม่ต่างจากคนเกาหลีเหมือนกัน (ว่าเขาแล้วย้อนเข้าตัวเอง)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

คิดถึงก็โทรมาดิ่จ๊ะ....ภรรยยา

#2 By Airy-Y-kingdoM on 2011-01-28 09:37

ประสบการณ์ของน้องนัน อ่านแล้วรู็สึกว่าน่ากลัวเนอะ ถ้าเบรคไม่ทัน จะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต คงทรมานมากๆเลยนะ

แต่นัทชื่นชมพ่อน้องนันท์นะ ว่าเค้ามีความคิดที่ดีที่จะสอนลูกในสิ่งที่ถูกต้อง มันต่างจากหลายๆคนที่เราเคยเห็นบ่อยๆน่ะ

ส่วนเรื่องของเด็กสาวคนนั้น สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่องความตื้นเขินและฉาบฉวยของผู้คนนั่นแหละ

ในแง่ศาสนา เห็นได้ชัดว่าผู้คนละเลยต่อหลักกาลามสูตร เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟังต่อๆกันมา โดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณา

ประเด็นทางนิติศาสตร์ ผู้คนยังคาดหวังการลงโทษลักษณะแก้แค้น ไม่ใช่ในลักษณะบรรเทาความเสียหายแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และไม่เข้าใจเรื่อง ผู้ต้องหาถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาว่ากระทำความผิด หรือในแง่สิทธิมนุษยชน ผู้คนใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ตระหนักถึงการละเมิดสิทธิส่วนตัวของผู้อื่น

ประเด็นด้านสื่อสารมวลชน เห็นได้ชัดว่าสื่อนำเสนอโดยขาดความถูกต้องแม่นยำ (เรื่องชื่อจริงและอายุของบุคคลในเนื้อหาข่าว)

เชิงสังคมศาสตร์ เห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนในส่วนฐานของปิรามิดทางสังคม ยังมีความเคลือบแคลงต่ออำนาจของกลุ่มคนในส่วนยอดของปิรามิด (ผ่านทางความเชื่อที่ว่า นามสกุลแบบนี้สามารถทำให้เรื่องผิดกลายเป็นถูกและลอยนวลไป โดยคนชั้นอื่นๆในปิรามิดทางสังคม ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้จะยังไม่มีการตัดสินคดีก็ตาม)

อ่าห์....คอมเมนต์ยาวมาก ขนาดว่าง่วงแล้วนะ
นัทควรจะไปเขียนบล็อคเองเลยมั๊ย 555

#1 By cobaltblue on 2010-12-31 01:42